1
อาหารเรียกน้ำย่อย
|
|
สูตรอาหาร : เปาะเปี๊ยะทอด (สูตรกุ๊กเล็ก)1. เริ่มจากผสมเนื้อหมู ไข่ไก่ แครอท เห็ดหอม ถั่วงอก พริกไทย น้ำตาลทราย ซีอิ๊วขาว และวุ้นเส้นคลุกเคล้าเข้ากัน จากนั้นก็โขลกรากผักชี กระเทียม พริกไทย ทั้งหมดให้ละเอียด ตั้งกระทะใส่น้ำมัน เอาที่โขลกลงผัดให้หอม ตามด้วยส่วนผสมไส้เปาะเปี๊ยะที่คลุกไว้ ผัดพอสุกแล้วตักขึ้นมาพักไว้
2. ขั้นตอนการห่อเปาะเปี๊ยะ โดยถ้าแผ่นเปาะเปี๊ยะบางไป ก็ให้วางซ้อนกันสองแผ่น ตักไส้ใส่ประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ แล้วม้วนแผ่นเปาะเปี๊ยะให้แน่นเป็นแท่งกลม ๆ พับหัวท้าย ทาขอบแผ่นเปาะเปี๊ยะด้วยน้ำเปล่า จากนั้นก็ใส่น้ำมันในกระทะ ตั้งไฟให้ร้อน ใส่เปาะเปี๊ยะลงไปทอดให้สุกเหลืองแล้วตักขึ้น พักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน 3. ขั้นตอนการทำน้ำจิ้ม ก็แค่ผสมทั้งหมดเข้าด้วยกัน แล้วตั้งไฟอ่อนๆ เคี่ยวจนน้ำตาลละลายและเหนียวก็ยกลง หั่นเปาะเปี๊ยะเป็นชิ้นพอคำ จัดใส่จาน เสิร์ฟพร้อมกับผักและน้ำจิ้ม อิ่มอร่อยไปได้อีกมื้อ |
2
อาหารเรียกน้ำย่อย
|
|
สูตรอาหาร : หมึกกุ้งผจญเพลิง1. ล้างปลาหมึกให้สะอาด แล้วหั่นเป็นชิ้นยาวประมาณ 2 นิ้ว นำไปลวกในน้ำเดือดจนงอตัวจึงตักขึ้นพักไว้ก่อน แล้วจึงไปจัดการกับกุ้ง ล้างให้สะอาด ผ่าหลังให้เรียบร้อยแล้วสับให้ละเอียด จากนั้นผสมพริกไทย เกลือป่น ซีอิ้วขาว น้ำมันงา และแป้งข้าวโพดคนให้เข้ากัน ใส่ไข่ขาวและเนื้อกุ้งสับลงไปผสมจนเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วเอาเนื้อกุ้งที่ผสมเครื่องปรุงเรียบร้อยแล้วนั้นใส่เข้าไปในชิ้นปลาหมึก ที่ม้วนงออยู่
2. บรรจุกุ้งใส่ในปลาหมึกเรียบร้อยแล้ว เอาชิ้นปลาหมึกนั้นชุบไข่ขาว และคลุกด้วยขนมปังป่นอีกที เอาลงไปทอดในน้ำมันไฟปานกลางจนสุกเหลืองแล้วตักขึ้นสะเด็ดน้ำมัน กินกับน้ำจิ้มไก่อร่อยดี |
3
อาหารเรียกน้ำย่อย
|
|
สูตรอาหาร : กระทงทอง (สูตรกุ๊กเล็ก)1. เริ่มจากการทำแป้งกระทงทองกันก่อน โดยนำแป้งสาลีกับแป้งข้าวจ้าวที่ร่อนแล้วมาผสมกับหัวกะทิ ใส่ไข่เป็ดลงไป ผสมให้เข้ากัน เติมน้ำปูนใสลงไป ถ้าแป้งเป็นเม็ดให้กรองก่อนนำไปทอด
2. พอได้ส่วนผสมของแป้งแล้วก็นำมาทอด โดยใช้พิมพ์กระทงทองจุ่มลงไปในน้ำมันที่ร้อนจัด เพื่อให้แม่พิมพ์ร้อน น้ำมันต้องท่วมแม่พิมพ์ พอแม่พิมพ์ร้อนแล้ว นำแม่พิมพ์ไปชุปแป้งที่ผสมไว้แล้ว ให้แป้งติดทั่วแม่พิมพ์ด้านนอก แล้วรีบยกออกลงไปทอดในน้ำมันให้เหลือง กรอบ แล้วถอดออกจากแม่พิมพ์ 3. คราวนี้มาทำไส้ เริ่มจากใส่น้ำมันลงในกระทะตั้งไฟกลางๆ พอร้อน ใส่เครื่องที่โขลกผัดให้หอม ใส่หมู แครอท มันสำปะหลัง ถั่วแขกลงผัด ปรุงรสด้วยซีอิ้วขาว น้ำตาล ผัดให้สุกพอประมาณ ชิมรสชาติให้ออกหวานๆ เค็ม ยกลง ตักใส่กระทงทองที่เตรียมไว้เป็นอันว่าเสร็จสิ้นกระบวนการทำ พร้อมที่จะหม่ำกันได้ตามสบาย |
4
อาหารว่าง
|
|
สูตรอาหาร : หมึกสอดไส้1. นำเนื้อปลากรายขูดมาผสมกับ กระเทียม พริกไทย และรากผักชีที่โขลกละเอียดแล้วให้เข้ากัน ปรุงรสด้วยเกลือ ซีอิ้วขาว น้ำตาลทราย นวดให้เหนียวเข้าเนื้อ
2. นำปลาหมึก ล้างให้สะอาด ลอกเยื่อกับเส้นแข็งกลางตัวและดึงหนวดออก เอาเนื้อปลากรายใส่เข้าไปในตัวปลาหมึกจนเต็ม แล้วนำไปนึ่งใช้เวลาประมาณ 5-7 นาที เสร็จแล้วทิ้งไว้ให้เย็น 3. นำปลาหมึกไปชุบไข่ แล้วคลุกกับผงขนมปังป่น ลงทอดในน้ำมันร้อนๆ จนเหลืองกลิ่นหอมฉุยน่ากิน จะกินคู่กับน้ำจิ้มไก่หรือซอสพริกก็อร่อยได้เหมือนกัน |
5
อาหารว่าง
|
|
สูตรอาหาร : ยำเห็ดห้าสหาย1. ล้างกุ้งให้สะอาด ปอกเปลือกผ่าหลังให้เรียบร้อย แล้วนำไปลวกในน้ำเดือดๆ จนพอสุกแล้วตักขึ้น จากนั้นนำเจ้าเห็ดที่ล้างสะอาดแล้วมาลวกทีละอย่าง สำหรับเห็ดหูหนูขาวนั้นไม่ต้องลวกนานมากนัก จากนั้นมาปรุงน้ำยำด้วยการผสมน้ำมะนาว น้ำปลา น้ำตาล พริกขี้หนู คนให้เข้ากัน แล้วชิมรสให้ถูกใจปากคนกิน
2. นำเห็ดทั้ง 5 ชนิดนั้นมาคลุกกับหอมหัวใหญ่ ขึ้นฉ่าย และกุ้งลวก แล้วด้วยราดน้ำยำ ปิดท้ายด้วยการโรยผักชีและใบสะระแหน่ก็เป็นอันเสร็จพิธี ยกเสิร์ฟได้เลย |
6
อาหารว่าง
|
|
สูตรอาหาร : ยำสตรอเบอรี่กุ้งสด1. ลวกก้านคะน้าให้พอสุกในน้ำเดือดจัด จากนั้นนำไปแช่ไว้ในน้ำเย็นทันทีแล้วจึงตักขึ้นพักไว้
2. นำกุ้งกุลาดำลวกพอสุกในน้ำเดือดจัด แล้วทำเช่นเดียวกับก้านคะน้าคือนำไปแช่ในน้ำเย็นทันทีก่อนตักขึ้นพักไว้ 3. ทำน้ำยำด้วยการนำกระเทียม น้ำมะนาว น้ำปลา น้ำตาลทราย พริกขี้หนู ผสมให้เข้ากัน ชิมรสตามใจชอบ ก่อนที่จะนำกุ้ง ก้านคะน้า สตรอเบอรี่ หัวหอมแดง และใบคึ่นช่าย ใส่ลงไปแล้วคลุกเคล้ากับน้ำยำให้เข้ากัน |
7
อาหารว่าง
|
|
สูตรอาหาร : หลนปูเค็ม1. รนำปูที่ดองเค็มมาล้างให้สะอาด เพื่อชำระความเค็มบางส่วน ออกจากตัวปูไม่ให้เค็มเกินไป จากนั้นนำปูมาหั่นแล้วลวกพอสะดุ้ง แล้วหันมาคั้นมะพร้าวให้ได้ทั้งหัวกะทิและหางกะทิ จากนั้นตั้งกระทะให้ได้ไฟปานกลาง แล้วจึงเทหัวกะทิลงไปหมั่นคนอยู่ตลอดเวลา อย่าให้น้ำกะทิแตกมัน
2. เมื่อน้ำกะทิเริ่มเดือดจึงใส่หอมแดงซอยลงไป คนให้เข้ากันเมื่อได้ที่แล้ว จึงใส่เนื้อหมูสับละเอียดลงไปคั่วจนหมูสุกได้ที่ เติมหางกะทิลงไปพร้อมปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาล เกลือและน้ำมะขามเปียก เคี่ยวจนเดือดใส่ปูเค็มลงไปต้มพอสุกแล้วตักขึ้นใส่ถ้วย จากนั้นโรยหน้าด้วยพริกชี้ฟ้า ใบมะกรูดผักชีฉีกกินคู่กับผักสดตามใจชอบ |
8
อาหารว่าง
|
|
สูตรอาหาร : แซลมอนจี๊ดจ๊าด1. เริ่มจากนำเนื้อปลาแซลมอนที่แช่แข็งไว้ออกมาหั่นเป็นชิ้นขนาดความหนาประมาณ ครึ่งเซนติเมตรมาหั่นเรียงไว้ในจาน แล้วหันไปจัดการกับน้ำจิ้มซีฟู้ดที่จะช่วยให้แซลมอนเกิดอาการจี๊ดจ๊าด โดยการเอาพริกขี้หนู กระเทียม และรากผักชีไปปั่นหรือตำให้ละเอียด แล้วนำมาปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำมะนาว น้ำตาล และเพิ่มรสชาติกลมกล่อมให้กับน้ำจิ้มซีฟู้ดด้วยน้ำซุปไก่
2. จากนั้นนำน้ำจิ้มซีฟู้ดที่ได้นี้มาราดลงบนแซลมอนที่จัดวางไว้ในจาน จัดแต่งจานให้สวยงามด้วยเครื่องเคียงอย่างหัวไชเท้าและแครอทขูดฝอย กระเทียมสด และพริกชี้ฟ้าแดง โรยหน้าด้วยใบสะระแหน่ก็เป็นอันเสร็จ กลายเป็นแซลมอนจี๊ดจ๊าดที่เป็นกับแกล้มได้อย่างดีทีเดียวเลยละ |
9
อาหารว่าง
|
|
สูตรอาหาร : ยำตะไคร้ใบชะพลู1. เมื่อเตรียมส่วนผสมกันครบหมดแล้ว ก็มาถึงขั้นตอนลงมือทำยำตะไคร้ใบชะพลูที่ไม่ยุ่งยากอะไรเลย เพียงแค่นำตะไคร้ซอยละเอียด หอมแดงซอย และพริกขี้หนูซอย มาคลุกเคล้ารวมกัน แล้วก็ปรุงรสด้วยน้ำตาล น้ำมะนาว แล้วก็คลุกเคล้าให้เข้ากันอีกที ชิมรสชาติให้ถูกปาก แต่ให้ออกเปรี้ยวนำสักเล็กน้อย
2. พร้อมตักใส่จานที่รองไว้ด้วยใบชะพลู แล้วก็นำปลาหมึกแห้งทอด กุ้งแห้งทอด และถั่วลิสงทอด มาโรยหน้าอีกที เป็นอันว่าเสร็จสรรพเรียบร้อยได้กินยำตะไคร้หอมๆ แกล้มกับใบชะพลู เคี้ยวกร้วมทั้งคำรสชาติมันปาก แถมยังดีต่อสุขภาพ |














