46
พาย
|
|
สูตรอาหาร : Corn Pie - พายข้าวโพด1. วิธีทำแป้งพายหวาน
2. ร่อนแป้งสาลีกับผงฟูเข้าด้วยกัน 2 ครั้งใส่ในอ่างใบใหญ่ 3. ใส่เนยหั่นชิ้นเล็กลงไปแล้วใช้มีดสองเล่มหั่นสลับไขว้กันครับ |
47
พาย
|
|
สูตรอาหาร : Dark Cherries Scottish Rough Oatcakes Pie1. วิธีทำแป้งพาย
2. เปิดเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศา C ไว้อย่างต่ำ 20 นาที ครับ ระหว่างนี้ก็เอาครีมชีสออกจากตู้เย็น ตั้งทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้อง ประมาณครึ่งชั่วโมง ให้นิ่มครับ จะได้ตีง่ายๆ 3. บด Oatcakes ในเครื่องปั่น หรือ Food Processor ให้ละเอียดเลยนะครับ |
48
เค้ก
|
|
สูตรอาหาร : Carrot Cake1. เมื่อเตรียมส่วนผสมทั้งหมดครบแล้วก็ลงมือทำกันเลยครับ รองก้นพิมพ์และรอบๆพิมพ์อบขนมขนาด 8 นิ้วด้วยกระดาษรองอบครับ วอร์มเตาอบไว้ที่อุณหภูมิ 180 องศา C นะครับ
2. จากนั้นก็เทน้ำมันดอกทานตะวัน และน้ำตาลทรายลงในภาชนะผสม แล้วตีส่วนผสมให้เข้ากันมากที่สุดจนน้ำตาลละลาย ค่อยๆใส่ไข่ลงไปทีละฟอง แล้วตีส่วนผสมให้เข้ากันจนครบสามฟองครับ ตีส่วนผสมให้เข้ากันมากที่สุดนะครับ แล้วก็ร่อนแป้ง ผงฟู โซเดียมไบคาร์บอเนต เกลือ ผงอบเชย ผงลูกจัน ผงขิง ลงในส่วนผสมของเหลวครับ ตีส่วนผสมให้เข้ากันครับ ขั้นตอนนี้จริงๆใช้มือก็ได้นะครับ แต่คุณกระชายใช้เครื่องผสมช่วยก็สะดวกดีครับ 3. ขั้นตอนนี้จะไม่ตีส่วนผสมแล้วนะครับ จะใช้เพียงไม้พายคนส่วนผสมเพียงให้เข้ากันเท่านั้น เมื่อส่วนผสมของแป้งและของเหลวเข้ากันดีแล้ว ก็ใส่ถั่ววอลนัท และแครอทขูดฝอย ลงไป ใช้ไม้พายคนส่วนผสมให้เข้ากัน แล้วเติมซาวครีม ตามด้วยกลิ่นวาเนลลา ลงไป คนอีกครั้งให้เข้ากันครับ |
49
พาย
|
|
สูตรอาหาร : Banoffee Pie1. ส่วนที่ 1 คาราเมล
2. ขั้นตอนนี้ต้องทำล่วงหน้าไว้เลยครับ เพราะต้องใช้เวลานานกว่า 2 ชั่วโมงจึงจะแล้วเสร็จครับ ถ้าชอบแบบเหนียวหนืดมากๆก็ต้มไป 3 ชั่วโมงเลยครับ 3. เริ่มเลยนะครับ นำภาชนะที่ใหญ่และน้ำจะสามารถท่วมกระป๋องนมได้ทั้งกระป๋องมาใส่น้ำ ใช้ไฟค่อนไปทางอ่อน ตั้งน้ำให้เดือด พอน้ำเดือดปุดๆก็แกะฉลากกระป๋องนมแล้วใส่กระป๋องนมข้นหวานลงไปต้มทั้งกระป๋องเลยครับ ไม่ต้องเปิดฝากระป๋องต้ม และไม่ต้องปิดฝาหม้อต้มนะครับ ต้มนาน 2 ชั่วโมงครับ ระหว่างที่ต้มนี้ถ้าน้ำแห้งลงก็ค่อยๆเติมน้ำให้เท่าเดิม ปริมาณน้ำจะต้องท่วมกระป๋องอยู่เสมอนะครับ |
50
ขนมหวาน
|
|
สูตรอาหาร : ขนมกล้วยหน้างา1. ใช้เครื่องปั่นอาหารผสมส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากันอย่างรวดเร็วแทนการนวดด้วยมือ และใช้เตาไมโครเวฟนึ่งแทนลังถึง เลยทำให้ขนมสุกได้ในระยะเวลาอันรวดเร็ว
2. จัดการปอกกล้วย หั่นเป็นแว่น ใส่โถปั่นให้ละเอียด 3. จากนั้นก็ใส่แป้งอเนกประสงค์ แป้งมัน หัวกะทิ น้ำตาล และเกลือป่นลงไปปั่น 2 นาที แล้วหยุด 1/2 นาที |
51
หวานเย็น
|
|
สูตรอาหาร : แปะก๊วยเห็ดหิมะ1. นำเมล็ดแปะก๊วยมาต้มในน้ำร้อนให้สุก แล้วพักทิ้งไว้ให้เย็น ทีนี้หันมานำเห็ดหิมะ (เห็ดหูหนูขาว) มาทำความสะอาดให้เรียบร้อย แช่ให้เห็ดหิมะขยายตัวและนำมาต้มให้สุก และพักทิ้งไว้ให้เย็นเช่นเดียวกันกับเมล็ดแปะก๊วย
2. เตรียมทำน้ำกะทิสดเกล็ดหิมะ ด้วยการนำน้ำกะทิ นมสด และน้ำตาลทรายมาผสมให้เข้ากันต้มจนสุก และพักทิ้งไว้ให้เย็น หลังจากนั้นให้นำไปแช่เย็นจนได้น้ำกะทิสดเกล็ดหิมะ 3. นำเมล็ดแปะก๊วยและเห็ดหิมะที่เตรียมไว้ใส่ถ้วย แล้วก็เติมน้ำเชื่อมและน้ำกะทิสดเกล็ดหิมะที่แช่เย็นไว้ลงไป |
52
ขนมหวาน
|
|
สูตรอาหาร : คาราเมลคัสตาร์ดผลไม้1. เริ่มจากทำคาราเมลกันก่อน นำน้ำตาลทรายและน้ำใส่ในหม้อไปตั้งไฟอ่อนจนกระทั่งน้ำตาลละลาย แล้วลดไฟลงเคี่ยวต่อประมาณ 5 - 10 นาที จนส่วนผสมข้นเหนียวเป็นคาราเมล (ห้ามคนเด็ดขาด) แล้วยกลงเทใส่ในพิมพ์ให้ทั่วก้นพิมพ์และพักทิ้งไว้
2. จากนั้นมาทำคัสตาร์ดกันต่อ นำนมสดและผงวานิลาใส่ลงในหม้อนำไปตั้งไฟพอเดือด ยกลงแล้วพักไว้ จากนั้นนำไข่มาตอกใส่ในชามผสม แล้วเติมน้ำตาลทรายคนให้เข้ากัน ค่อยๆ เทส่วนผสมของนมที่ต้มไว้ลงไปในส่วนผสมไข่แล้วคนให้เข้ากันอีกที (แต่อย่าเทนมลงไปรวดเดียวเพราะไข่จะสุกหมด ) และนำส่วนผสมที่ได้มากรองด้วยกระชอนตาละเอียด แล้วก็เทส่วนผสมใส่แม่พิมพ์ที่เตรียมไว้ 3. นำพิมพ์วางลงในถาดขอบสูง และเทน้ำเดือดจัด ๆ ลงในถาดให้ระดับของน้ำร้อนสูงเท่ากับระดับของส่วนผสมในพิมพ์ แล้วยกทั้งถาดใส่ในเตาอบไฟ 180 องศาเซลเซียส นาน 30 - 45 นาที ก็จะได้คาราเมลคัสตาร์ดและตกแต่งด้วยผลไม้อย่างสตรอเบอร์รี่และกีวี่ หรือผลไม้ต่างๆ ตามชอบ และควรนำไปแช่เย็นก่อนกิน เพื่อให้ได้เนื้อคัสตาร์ดที่อยู่ตัวกินแล้วเนื้อเนียนนุ่มลิ้น |
53
ขนมหวาน
|
|
สูตรอาหาร : ถั่วต้มหลากสี1. แช่ถั่วในน้ำเดือด จนน้ำที่แช่เย็นสนิท (แยกถั่วแต่ละชนิดแช่ อย่าแช่รวมกัน) ล้างให้สะอาด
2. นำถั่วแต่ละอย่างใส่หม้อ เติมน้ำประมาณ 5 ถ้วย ตั้งไฟต้มพอเดือด หรี่ไฟ ต้มจนถั่วเปื่อยจึงใส่น้ำตาล พอหวาน 3. เวลาเสิร์ฟตักถั่วอย่างละหน่อยใส่ชาม เสิร์ฟร้อนๆ |
54
ขนมหวาน
|
|
สูตรอาหาร : สาคูเปียกเม็ดบัว1. ต้มน้ำให้เดือดใส่ใบเตยเทสาคูลงในน้ำนั้นแล้วคนจนเม็ดสาคูค่อนข้างใส
2. ใส่เม็ดบัว และน้ำตาลกรวดลงไปคนจนเข้ากัน 3. ยกลงตักรับประทานได้ |














